| Anuchat's profileExperience More Get MorePhotosBlogLists | Help |
|
January 23 เรื่อยๆ ในหนึ่งวันทำงานรถไฟฟ้าบีทีเอสที่เข้ามาเทียบสถานีหมอชิต ร้องดังปี๊บๆๆๆๆ เตือนว่าประตูใกล้จะปิด แต่คนที่ขึ้นบันไดเลื่อนข้างหน้าเราก็ยังไม่เห็นจะรีบวิ่งขึ้นไปให้ทันสักที เฮ้อ..แล้วอย่างนี้ต้องรอไปอีกกี่นาทีหล่ะเนี่ยกว่าขบวนใหม่จะมา เราออกอาการเซ็งเล็กน้อยเพราะต้องรีบไปทำธุระข้างนอกแถวสุขุมวิทก่อนที่มันจะมืดแล้วเจ้าของร้านที่เราจะไปหาจะปิดร้านเสียก่อน ไม่มีทางทำอะไรนอกจากมองออกไปนอกตัวสถานีที่เป็นที่จอดรถ รถหลากหลายยี่ห้อทั้งเก่าใหม่เรียงกันเป็นตับ ดูมีระเบียบมาก แต่อีกใจหนึ่งก็คิดไปว่าขนาดมีรถเป็นของตัวเองยังไม่สามารถขับไปทำงาน ไปเที่ยว หรือไปรับแฟนได้เลย ต้องจอดทิ้งไว้แล้วขึ้นรถไฟฟ้าเอา โถ่..ก็อย่างนี้หล่ะนะ ถนนเมืองหลวง รถไฟฟ้าเคลื่อนตัวมาได้ถึงอนุสาวรีย์ กลิ่นบางอย่างก็โชยเข้ามาในรถจนทำให้เราและคนอื่นๆต้องมองไปตามกลิ่นนั้น สายตาไปหยุดที่หนุ่มสาวนักศึกษาคู่หนึ่งที่ยืนอี๋อ๋อกันอย่างไม่แคร์สายตาคนอื่น ในมือของนศ.ชายคนนั้นถือถุงก๋วยจั๊บอยู่ถุงหนึ่ง อันนี้นี่เองที่เป็นต้นตอของกลิ่นนี้ เราเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะว่าการที่เอาของกินที่มีกลิ่นเข้ามาในรถไฟฟ้านั้นเป็นการรบกวนผู้อื่นหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆสองคนนั้นมันจับหัวลูบหลังจนเราคิดว่าก๋วยจั๊บถุงนั้นคงไม่จำเป็นต้องใส่น้ำตาลแล้วหล่ะ เอ็มโพเรียมเป็นที่ๆแรกที่เราไปติดต่องาน และก็เป็นที่ประจำที่ต้องแวะเข้าห้องน้ำก่อนทุกที วันนี้วันศุกร์แท้ๆแต่เอ็มโพเรียมดูคนน้อยๆชอบกล อาจจะเพราะทุกคนไปเห่อของใหม่อย่างสยามพารากอนอยู่หรือเปล่า ตรงข้ามกับเอ็มโพเรียม เป็นย่านเจแปนทาวน์ที่ดูเหมือนทุกอย่างถูกยกมาจากญี่ปุ่นเสียหมด ใครเคยไปคงรู้ดี มีทั้งร้านอาหารญี่ปุ่นของแท้ให้เลือกทาน มีซุปเปอร์มาเก็ตสำหรับคนญี่ปุ่น ร้านหนังสือ หรือแม้แต่ร้านวิดีโอทั้งแบบเป็นรายการปกติหรือแบบพิเศษๆสำหรับหนุ่มๆ(หรือแก่ๆ)ญี่ปุ่นที่คิดถึงบ้านเกิดจะได้ไปเช่ามาดูได้ ถ้าไม่อยากไปเสียเงินให้กับน้องๆหนูๆแถวธนิยะ เราต้องนั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างอีกต่อหนึ่งเพื่อไปอีกที่หนึ่งที่อยู่ลึกไปในซอยสุขุมวิท ถนนในซอยนี้ไม่ดีเอาเสียเลย เป็นหลุมเป็นบ่อ รถราก็มากเหลือเกืน พี่วินบอกเราว่าให้เอากระเป๋ากับของวางไว้ที่ตักเดี๋ยวไปชนกระจกเขาหัก...ฉันนึกในใจว่าอะไรมันจะขนาดนั้น แล้วเผลอพูดแบบไม่คิดออกไปว่า ถ้าชนหักจริงพี่ก็รีบบิดหนีเลยนะ...จนมาวันนี้ยังคิดว่าโชคยังดีที่ไม่โดนพี่วินคนนั้นถีบลงจากรถ...ในซอยแถบตั้งแต่สุขุมวิท 20กว่าๆ จนถึงซอยทองหล่อ จะเต็มไปด้วยคอนโดเศรษฐีที่ฝรั่งและญี่ปุ่นที่มาทำงานในเมืองไทยอาศัยกัน ห้องหนึ่งๆ ดูจากโบร์ชัวร์สำหรับคนญี่ปุ่นที่แจกมาตามสื่อต่างๆแล้วราคาไม่ต่ำกว่าห้องละ 4 หมื่นบาทได้ สำหรับค่าจ้างของญี่ปุ่นที่มาทำงานที่เมืองไทย ก็จะได้เท่ากับค่าจ้างที่อยู่ที่ญี่ปุ่น บวกกับค่าที่มาทำงานต่างประเทศอีก คงตกคนละไม่ต่ำกว่าแสน มันช่างเป็นรายได้ที่มหาศาลเหลือเกินเมื่อเทียบกับรายได้ต่อปีของชาวบ้านในแถบภาคอีสานที่เราเคยไปถามๆมาตอนไปทำงานที่อีสาน...แต่ก็อย่างว่าถ้าเขากลับไปประเทศของเขา ก็ถือว่าเป็นรายได้ธรรมดาๆ สำหรับ Salaryman คนหนึ่งเท่านั้นเอง ทุ่มครึ่งแล้ว ข้าวเย็นยังไม่ได้กินเลย...และต้องเดินข้ามมาฝั่งเดียวกับเอ็มโพเรียมอีกครั้งเพื่อเอาของไปให้คนๆหนึ่งที่โรงแรมอืมพีเรียลควีนส์ปาร์คที่อยู่แถวสุขุมวิทซอย24 เราเพิ่งสังเกตเห็นว่าสุขุมวิทเป็นย่านที่เเปลกและน่าสนใจก็วันนี้เอง...เพราะสิ่งเล็กๆน้อยๆที่บางทีถ้ามากับเพื่อนหรือไม่ได้อยู่กับตัวเองอย่างนี้ก็อาจจะไม่เห็นว่าเป็นสิ่งแปลกหรือน่าสนใจอะไร แม่บ้านคนไทยจูงเด็กญี่ปุ่นมาเดินเล่น สาวอีสานพูดภาษาอีสานกับฝรั่งชวนให้เข้าบาร์ของตัวเอง กองขยะเทศบาลที่หมาคุ้ยซะกระจายหน้าร้านอาหารอิตาเลี่ยนสุดหรู หรือเมื่อมองไปในสวนเบญจศิริ ก็เห็นผู้เฒ่าผู้แก่กำลังร่ายรำกระบี่กันอยู่ดูเพลินๆดี หรือแม้แต่เด็กขอทานตัวเล็กๆผอมๆ ใส่เสื้อผ้าสกปรกมอมแมมคนหนึ่ง ก็ยังพูด "อาริกาโต้" ออกมาเมื่อมีคนให้ตังค์ทั้งๆที่คนนั้นเป็นคนไทยแท้ๆ .... ทุกสิ่งมีความแปลกและน่าสนใจในตัวเอง... เราเดินออกมาจากปากซอยโรงแรมเรื่อยๆมุ่งหน้าไปสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินตรงแยกอโศก เพื่อที่จะไปติดต่องานที่สุดท้ายที่สีลม...แต่ตอนนี้..ปวดขาเหลือเกิน..หิวด้วย..เดินไปก็เปลี่ยวๆ แสงไฟไม่ค่อยมี แอบนึกขึ้นมาเหมือนกันว่าถ้ามีใครสักคนมาเดินไปคุยไปเป็นเพื่อนก็คงดี.. สีลม..เมื่อบอกใครเขาว่ามาที่นี่ตอนค่ำๆ ทุกคนก็พลันต้องคิดว่ามาเที่ยวแน่ๆเลยใช่มั้ย.. สำหรับวันนี้ นอกจากจะเห็นเด็กๆหน้าตาใสๆแต่งตัวกันเนี้ยบมาเที่ยวกันโดยมีจุดประสงค์บางอย่าง หรือหนุ่มสาวออฟฟิสหาที่พักผ่อนหย่อนใจหลังเลิกงานแล้ว เรายังได้เห็นมนุษย์เสื้อเหลืองกลุ่มใหญ่อีกด้วย ทำไมต้องเสื้อสีเหลือง..ยังไม่รู้เลย แต่เห็นเดินออกมาเป็นกลุ่มพร้อมทั้งคำสบถด่าผู้นำที่พ่นออกมาอย่างไม่เกรงใจคนที่อาจจะไม่ได้คิดแบบตนเอาเสียเลย..ทำให้รู้สึกหดหู่กับสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้เอามากๆ แต่เมื่อเดินเลยไปหน่อย เราเห็นม็อบอีกกลุ่มหนึ่งจับตัวกันเป็นแถวยาวมาก แต่ไม่ยักกะใส่เสื้อสีเหลืองแฮะ เราสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อแวกคิวที่ยาวเหยียดนั้นไปก็ได้พบเห็นต้นตอของผู้คนที่มาออกันจนได้.. กลิ่นขนมอบโชยมาเตะจมูกพร้อมสีหน้าอิ่มเอมใจของคนซื้อที่จะได้เอาขนมรสชาดดีจากต่างชาติไปฝากที่บ้าน เราไม่ได้สนใจขนมสักเท่าไหร่หรอก ที่น่าสนใจคือปรากฏการณ์เข้าคิวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยรอซื้อมากกว่า เพราะไม่เคยเห็นคนที่รอคิวกันเยอะๆ แถวยาวๆ ที่เมืองไทยมาก่อนจริงๆ นอกจากเคยเห็นที่ญี่ปุ่นที่เขาเข้าคิวรอกันประจำอยู่แล้ว และมีความอดทนมากในการรอไม่ว่าจะต้องรอนานแค่ไหน ถ้าอยากจะกินร้านนี้ก็จะไม่คิดเปลี่ยนใจ ข้าวเย็นวันนี้จบลงด้วย Fast food ที่ไม่ค่อยชอบนัก แต่ก็กินด้วยความหิวมากกว่า... สำหรับงานวันนี้ ทุกอย่างจบลงด้วยความราบรื่น คนที่ไปติดต่อด้วยทุกคนก็น่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใสให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้เราได้รู้สึกดีๆอีกวันหนึ่งกับการทำงานวันนี้ อีกทั้ง พอออกมาข้างนอกที่ ก็จะได้อยู่กับตัวเอง มีอะไรให้คิดและตัดสินใจเองเยอะดี แล้วที่สำคัญได้เห็นผู้คน สิ่งรอบข้าง ที่มีอะไรมากกว่าออฟฟิสเล็กๆ เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือกองเอกสารเสียบ้าง...ก็ดีเหมือนกันนะ... Comments (3)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://anuchat5.spaces.live.com/blog/cns!EFC7DE188ECEA711!391.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|